All contents

โรคสะเก็ดเงินมีชื่อโรคในทางแพทย์แผนจีนเรียกว่า“ไป๋ปี่”(白疕)เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยที่มีการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังเป็นๆหายๆเป็นระยะเวลานาน

ภาวะกระดูกพรุนจะจัดอยู่ในกลุ่ม “กู่ปี้(骨痹)”“กู่เหว่ย(骨痿)” ในทางการแพทย์แผนจีนมีบันทึกในตำราสู้เวิ่น(素问)ระบุว่าไตมีความสัมพันธ์กับกระดูก

ในคัมภีร์กล่าวว่าสุขภาพของสตรีใช้เลือดเป็นพื้นฐาน ตามทฤษฎีศาสตร์การแพทย์จีนชี่สามารถสร้างเลือดและขับเคลื่อนผลักดันให้เลือดไหลเวียน

โดยอาการมีตั้งแต่อาการเล็กน้อยเช่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หากกระทบการทำงานของสมองก็อาจทำให้วูบ หมดสติ ไปจนถึงอาการที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากอาการหนึ่งในช่วงระหว่างและหลังการทำเคมีบำบัด เป็นภาวะที่สร้างความทุกข์ทรมานให้ผู้ป่วยมะเร็งอย่างมากและนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ

อาการนอนไม่หลับเป็นปัญหาหนึ่งที่ผู้ป่วยหลังติดเชื้อโควิดกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน มีรายงานรวบรวมข้อมูลจากหลายพื้นที่พบว่า 78.6%

จากการวินิจฉัยทางแพทย์แผนจีน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์สีหน้าคนไข้ สีหน้าไม่ซีดแต่แดงคล้ำเล็กน้อย ลิ้นมีลักษณะฝ้าเหลืองหนา ชีพจรลื่นและแรง

สาเหตุพื้นฐานของการเกิดภาวะเบื่ออาหารในเด็กมักเกี่ยวข้องกับการทานอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือขาดคุณค่าทางโภชนาการในเด็ก เมื่อระยะโรคดำเนินเป็นเวลานาน

ช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่BBTต่ำลง แพทย์จีนมองว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในร่างกายมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอินหยาง

ภาวะประจำเดือนไม่มาหรือในชื่อภาษาจีนเรียกว่า “ ปี้จิง (闭经)” หมายถึง ผู้หญิงอายุ 16 ปีแล้วแต่ยังไม่เริ่มมีประจำเดือนหรือผู้หญิงที่เคยมีประจำเดือนมาก่อนแต่ต่อมาประจำเดือนขาดหายไป

ชี่พร่อง气虚 เกิดจากการทำงานของอวัยวะภายในน้อยลง ในชีวิตประจำวันเรามักพบอาการแบบนี้ค่อนข้างบ่อย พูดเสียงเบา ไม่อยากพูด เหนื่อยง่าย

ภาวะมีบุตรยากในทางแพทย์แผนจีน ได้แบ่งสาเหตุออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ ไตอินพร่อง เลือดคั่งจากชี่ติดขัดและความร้อนชื้นอุดกั้น

ผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับภาวะอาการ Long Covid  โดยอาการส่วนใหญ่ที่เราคุ้นเคยรู้จักกันดีอยู่แล้วเช่น ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว หายใจไม่อิ่ม ท้องอืดแน่น เป็นต้น แต่ในครั้งนี้ที่จะนำเสนอเคสตัวอย่างเป็นผู้ป่วยหลังจากที่หายจากโควิดแล้ว กลับมีอาการปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อย ซึ่งเป็นภาวะ Long Covid ที่เจอได้น้อยแต่ได้ผลดีในการรักษาแบบแพทย์แผนจีน

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 มีหน้าที่ส่งสัญญาณสู่กล้ามเนื้อ lateral rectus ซึ่งมีหน้าที่กลอกตาออกด้านนอก หากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 มีความผิดปกติ จะทําให้ผู้ป่วยไม่สามารถกลอกตาออกด้านนอกได้

โรคไขกระดูกเสื่อม (Myelodysplastic Syndromes ,MDS) เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูกที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือด

จุดฝังเข็มทั่วร่างกาย มีทั้งหมด 700 กว่าจุด แต่ที่นิยมใช้กันบ่อยๆมีประมาณ 300 กว่าจุด ในการเลือกใช้จุดฝังเข็มมารักษาโรคนั้น ต้องอาศัยความรู้ทฤษฎีเกี่ยวกับอวัยวะภายในและระบบเส้นลมปราณ

หูอื้อ หรือการได้ยินเสียงดังในหู เป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งของการได้ยิน ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีเสียงก้องอยู่ในหู ที่มาจากในร่างกายมากกว่าการได้ยินเสียงที่มาจากภายนอก หูอื้อเป็นอาการทางคลินิกที่พบได้บ่อย มีอัตราการเกิดโรคที่ค่อนข้างสูง และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาการที่สร้างความรำคาญ แต่อาการหูอื้อไม่ได้โรคที่ร้ายแรงและสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

ยาสมุนไพรจีนที่นิยมนำมาใช้ในการดูแลร่างกาย โดยขอเน้นไปที่การดูแลระบบทางเดินอาหารโดยตรง 1. ฝูหลิง (โป่งรากสน) 2. ไป๋จู๋ (โกฐเขมา) 3. ปั้นเซี่ย (โหราข้าวโพด) 4. ต้าจ่าว (พุทราจีน) 5. อี้อี่เหริน (ลูกเดือย)

ในแบบของแพทย์แผนจีนกันบ้างว่า มีกลไกใดบ้างเกิดโรคแบบใดบ้างที่น่าสนใจ ซึ่งอาจจะแบ่งเป็น 4 ประเภท 1. ความร้อนสะสม 2.เสมหะชื้น 3.ชี่ตับอุดกั้น 4.กระเพาะม้ามอ่อนแอ

กระเพาะลำไส้หากมีการอักเสบหรือบาดเจ็บจากอาหารหรือการทำงานที่ผิดปกติไป ก็สามารถที่จะฟื้นฟูตัวมันเองได้ แต่บางครั้งเรารับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สะอาดหรือรสจัดไป อาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่ก็สามารถกลับมาปกติได้แต่อีกหลายต่อหลายท่านไม่เป็นเช่นนั้น กลับพบว่าช้เวลานานกว่าคนทั่วไป และรับประทานยาตามอาการ ดูแลอาหารแล้วไม่สามารถดีขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการ “ท้องอืด”

ชาวจีนโบราณมีคำกล่าวที่ว่า “ต้นไม้จะแห้งตายเริ่มที่ราก คนเราถ้าสูงวัยให้ดูที่ขาก่อน” ดังนั้น การมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี ควรเริ่มต้นดูแลขาและเท้าเป็นอันดับแรก  

 ในทางแพทย์แผนจีนอาการตะคริวนั้นมีสาเหตุมาจาก 2 สาเหตุหลักใหญ่ๆ นั่นคือ “ความเย็น” และ “เลือด”

เลือดออกจากช่องคลอดกะปริบกะปรอยไม่หยุด บางครั้งอาจมีเลือดออกมาก หรือบางครั้งอาจมีเลือดออกมากสลับน้อย มักมีอาการ่วมกับรอบเดือนที่ไม่แน่นอน ปริมาณประจำเดือนที่ผิดปกติ

ดวงตาของมนุษย์สามารถแสดงออกถึงอาการหลายๆอย่างที่เกิดจากตับได้ ในทฤษฏีพื้นฐานการแพทย์แผนจีนได้กล่าวไว้ว่า ตับเปิดทวารที่ตา ภาวะโรคต่างๆของตับนั้นจะแสดงออกได้ทางดวงตา

การประเมินความปวด โดยผู้ป่วยให้คะแนนความปวดด้วยตนเอง ด้วยมาตรวัดความปวดแบบตัวเลข (numerical rating scale: NRS)

เวลาทานขิงเข้าไปจะรู้สึกได้ถึงความเผ็ดร้อนจนเหงื่อซึมเลยทีเดียว ในตำรายาสมุนไพรจีน ขิง มีฤทธิ์อุ่น รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณขับไล่ความเย็นได้ดี ช่วยให้ปอดชุ่มชื้น ร่างกายอบอุ่น ขับเหงื่อให้ออกมาทางรูขุมขน จึงสามารถลดไข้ที่เกิดจากลมเย็นได้

อวัยวะที่สำคัญในการดำรงชีวิตของเรานั่นคือ ดวงตา หากไม่ดูแลดวงตาให้ดี สายตาเรานั้นจะค่อยๆถดถอยเสื่อมลงตามอายุ โดยเฉลี่ยอายุ 40-45 ปี สายตาจะค่อยๆเสื่อมลง

พบได้ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยก่อนหมดประจำเดือน การที่ประจำเดือนมาช้าอาจส่งผลเสียกับผู้หญิงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากอีกด้วย 

อาการปวดศีรษะช่วงมีประจำเดือนสัมพันธ์กับอวัยวะตับ เนื่องด้วยเส้นลมปราณตับส่วนหนึ่งมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันกับศีรษะ อีกทั้งตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่กักเก็บเลือด หากเลือดพร่องหรือเลือดคั่ง เลือดไหลเวียนติดขัด ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงศีรษะไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะได้

ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็น Long Covid จะมีอาการควบคุมน้ำตาลได้ยาก มีภาวะกล้ามเนื้อลีบ สารอาหารในร่างกายไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย หายใจลำบาก และการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ

This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  ,  Cookies Policy