พฤติกรรมที่อาจทำให้กระดูกคอเสื่อม

พฤติกรรมที่อาจทำให้กระดูกคอเสื่อม

กิจวัตรประจำวันของคนเราทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่ต้องก้มหน้านาน ๆ เพื่อเล่นโทรศัพท์มือถือดูหน้าจอคอมพิวเตอร์  ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เกิดอาการปวดตึงต้นคอแล้ว  ยังส่งผลต่อสายตาของเราอีกด้วย 



รู้หรือไม่ว่ากระดูกคอของเราต้องรับน้ำหนักเท่าไร โดยนายแพทย์ Kenneth K. Hansraj, หัวหน้าทีมแพทย์ศัลยกรรมกระดูกสันหลังแห่งศูนย์ศัลยกรรมและฟื้นฟูกระดูกสันหลังในนิวยอร์กได้เปิดเผยเอาไว้ในบทความซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Surgical Technology International ในการก้มหน้าแต่ละครั้ง  ถ้าเราก้มหน้านานๆโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย เลยคอของเราจะรับน้ำหนักจากศีรษะถึง 5.4 กิโลกรัม 



ถ้าเราก้มหน้า  60 องศา กระดูกคอเราจะรับน้ำหนักถึง 27 กิโลกรัมเลยทีเดียว  เทียบเท่ากับเอาเด็ก 8 ขวบขึ้นมานั่งบนหัวเลย  ซึ่งไม่แปลกเลยใช่หรือไม่ว่าถ้าชีวิตของเรายิ่งใช้สมาร์ทโฟนมากเท่าไร  หมอนรองกระดูกต้นคอยิ่งเสื่อมมากขึ้นเท่านั้น             

เมื่อกระดูกต้นคอเสื่อมแล้วก็จะทำให้เรายิ่งมีอาการปวดคอมากยิ่งขึ้น  มีอาการชานิ้วมือ ได้ง่าย มีเสียงกร๊อบแกร็บเมื่อหันศีรษะ  คุณภาพในการใช้ชีวิตก็จะลดลงไปได้อีกด้วย




เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว  หากเราหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้  ก็ควรมีการเปลี่ยนอิริยาบถเป็นประจำ  เพื่อลดเสื่อมสภาพของกระดูกต้น  โดยเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่นเช่น ลุกไปเข้าห้องน้ำ  ไปดื่มน้ำ หรือ พักสายตาสัก  1-2 นาที  มีการบริหารกล้ามเนื้อต้นคอเป็นประจำ  ถ้าเริ่มปวดคอควรหยุดพักทันที  เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนจากร่างกายแล้วว่า  กล้ามเนื้อต้นคอเริ่มทำงานไม่ไหวแล้ว  เพราะถ้าหากปล่อยไว้แบบนี้ก็จะทำให้เกิดกล้ามเนื้อเกร็งตัวและทำให้ปวดคอมากยิ่งขึ้น  ยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกายมากขึ้นไปอีก 

ฉะนั้นแล้วไม่ควรมองข้ามปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้  ซึ่งล้วนแต่ส่งผลเสียต่อร่างกายไม่มากก็น้อย  หากมีปัญหาไม่สบายตัว  ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเช็คอย่างละเอียดจะดีที่สุดครับ


บทความโดย แพทย์จีน บดินทร์ ก่อกวิน
แพทย์จีนเฉพาะทางแผนกทุยหนา         

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
โรคกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis)
“ออฟฟิศซินโดรม” ห่างไกลได้ไม่ยาก
การนวดรักษาโรคด้วยการทุยหนา (Tuina)
กล้ามเนื้อคออักเสบ (Neck sprain)