บทบาทของแพทย์แผนจีนกับการรักษาโรคไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย

บทบาทของแพทย์แผนจีนกับการรักษาโรคไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย

สืบเนื่องจากสถานการณ์การการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดย ณ ปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่สามารถบริหารจัดการต่อการระบาดของเชื้อไวรัสได้อย่างรวดเร็วและได้มาตรฐาน ตั้งแต่การจัดการด้านการวิเคราะห์หาโครงสร้างของไวรัส การตรวจคัดกรองให้แก่ประชาชนทั่วไป การใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสานร่วมกันทั้งแพทย์แผนตะวันตกและแพทย์แผนจีน การสร้างโรงพยาบาลสนามฉุกเฉินเพื่อรองรับผู้ป่วย เป็นต้น จึงเห็นได้ว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ให้ความสำคัญต่อมาตรการการรักษาและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว  นอกจากนี้ยังเล็งเห็นถึงประโยชน์ของศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่มีมายาวนานกว่า 5,000 ปี ซึ่งมีส่วนช่วยฟื้นฟูและรักษาผู้ป่วย อีกทั้งยังสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่ติดเชื้อลงได้



ศาสตราจารย์แพทย์จีน จางป๋อหลี่ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กล่าวว่า

“ ในช่วงการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19   ที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้น บทบาทในการรักษาด้วยวิทยาการแพทย์แผนตะวันตก ร่วมกับศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีปรากฏออกมามากขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อชีวิตจำเป็นต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์แผนตะวันตกเป็นหลัก  ส่วนบทบาทของแพทย์แผนจีนนั้นจะมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูร่างกายของผู้ติดเชื้อหรือแนวทางป้องกันและเสริมสร้างภูมิต้านทานเป็นสำคัญ แต่ละศาสตร์การรักษาถึงแม้จะมีวิธีการรักษาหรือแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายเป้าหมายเดียวกันก็คือการช่วยชีวิตหรือเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่ผู้ป่วยควรได้รับเป็นสำคัญ ทั้งแพทย์แผนตะวันตกและแพทย์แผนจีนสามารถส่งเสริมและเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้ ”



แต่ด้วยกฏระเบียบที่ว่าด้วยกฏหมายการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนในประเทศไทยนั้น ยังมีข้อจำกัดหลายด้านที่แพทย์แผนจีนในประเทศไทยยังไม่สามารถมีบทบาทสำคัญได้ อาทิเช่น การรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน การช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะวิกฤติและภาวะการแพร่ระบาดติดเชื้อ อย่างเช่นการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีปัญหาทางด้านกฎหมายและสวัสดิการที่ยังไม่ครอบคลุมผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางแพทย์แผนจีน ปัญหาความเข้าใจของบุคคลทั่วไปต่อบทบาทแพทย์แผนจีนในประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีกฏหมายรองรับการรักษาผู้ป่วยวิกฤติหรือผู้ป่วยใน ที่สามารถทำการรักษาในรูปแบบผสมผสานทั้งแพทย์แผนตะวันตกและแพทย์แผนจีนร่วมกันได้



ดังนั้น การดำเนินการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อหรือผู้ที่มีอาการรุนแรงด้วยแพทย์แผนจีนในประเทศไทยจึงยังไม่สามารถทำได้  ถึงแม้ทางคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวซึ่งเป็นสถานประกอบการด้านการแพทย์แผนจีนต้นแบบแก่แพทย์แผนจีนในประเทศไทยได้ออกมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเต็มรูปแบบ แต่ว่าการที่จะเข้าไปร่วมรักษาผู้ป่วยนั้นจำเป็นต้องทำการรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถทำการรักษาอยู่ภายในคลินิกได้ เนื่องจากรูปแบบการรักษาผู้ป่วยที่ต้องใกล้ชิดและสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง เช่น การฝังเข็ม นวดทุยหนา การตรวจลิ้นและจับชีพจร เป็นต้น อีกทั้งการตรวจรักษายังขาดอุปกรณ์และเทคโนโลยีในการตรวจสอบเชื้อไวรัสหรืออุปกรณ์สนับสนุนการป้องกันสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์อย่างเพียงพอ ส่งผลให้แพทย์แผนจีนและผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทางคลินิกจึงจำเป็นต้องงดให้ให้บริการชั่วคราวเพื่อลดและยับยั้งการระบาดและเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมประเทศชาติเป็นสำคัญ




แพทย์แผนจีนในประเทศไทยยังคงมุ่งหวังที่จะมีบทบาทในการรักษาและป้องกันผู้ป่วยโรคติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19  และถึงแม้คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวจะงดให้บริการชั่วคราวตามประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินของทางภาครัฐ  แต่คลินิกฯยังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างประโยชน์และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมประเทศชาติต่อไป ด้วยการมุ่งสร้างปัญญา สร้างความรู้แก่ประชาชนในด้านการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคอย่างถูกวิธีด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ปัจจุบันทีมวิชาการการแพทย์ได้ร่วมกันแปลบทความจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของสาธารณรัฐประชาชนจีน อาทิ แนวทางในการรักษาโรคระบาดปอดอักเสบจากโรคไวรัสโควิด-19 (ทดลองใช้ฉบับที่7) ซึ่งทางรัฐบาลจีนประกาศใช้  เนื้อหาได้กล่าวถึง พยาธิวิทยาและการระบาดติดเชื้อจนไปถึงแนวคิดและแนวทางการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน โดยวิธีการฝังเข็ม การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนในแต่ละระดับอาการของโรคอย่างเป็นมาตรฐาน นอกจากนี้ทางคลินิกฯได้ร่วมสนับสนุน เครื่องดื่มหย่างเซิงสมุนไพรจีน "จินจิน Jin Jin Chinese Herbal Drink" เพื่อป้องกันและเสริมภูมิต้านทานโรคให้แก่บุคคลากรทางการแพทย์ได้นำมาใช้เป็นประโยชน์ในการหย่างเซิงดูแลสุขภาพในระหว่างการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้  

เหล่านี้คือความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาวิชาชีพแพทย์แผนจีนให้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลส่งเสริมสุขภาพร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันในประเทศไทย  รวมไปถึงการพัฒนาข้อมูลในภาควิชาการและภาคประชาชน การดำเนินงานวิจัย เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่มีมาแต่โบราณได้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศไทยและในระดับสากลต่อไป


แพทย์จีน ต้นสกุล สังข์ทอง