อาการปวดจากโรคมะเร็งกับการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน

อาการปวดจากโรคมะเร็งกับการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน

อาการปวดจากโรคมะเร็ง (Cancer Pain) เป็นอาการที่มักพบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคมะเร็ง  สามารถพบในระยะใดก็ได้ รวมทั้งก่อนการวินิจฉัย หรือ ระหว่างการรักษาตลอดจนในระยะสุดท้าย  ผู้ป่วยมะเร็งที่มาพบแพทย์ครั้งแรกด้วยอาการปวดมี 25%  อัตราการพบว่ามีอาการปวดจากมะเร็งในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมีมากถึง 60-80% ถ้าอาการหนักอาจทำให้ส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจ  ความเจ็บปวดมีหลายระดับ ผู้ป่วยร้อยละ 60 มีความปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง  และร้อยละ 30 ในจำนวนนี้ต้องทุกข์ทรมานจากความปวดโดยที่ไม่ได้รับยาบรรเทาปวดเลย



สาเหตุของอาการปวดของผู้ป่วยมะเร็ง

1. ปวดจากก้อนมะเร็ง  เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดประมาณ  70% โดยเกิดจากการที่ก้อนมะเร็งขยายตัวไปเบียดหรือกดทับเส้นเลือด เส้นประสาท  เนื้อเยื่อในบริเวณนั้น หรืออวัยวะข้างเคียง  หรือจากก้อนที่ลุกลามไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น ต่อมน้ำเหลือง กระดูก สมอง ปอด ตับ เป็นต้น ซึ่งเซลล์มะเร็งโดยปกติแล้วยังมีการหลั่งสารบางชนิดไปทำลายรีเซบเตอร์การรับความรู้สึก จึงทำให้เกิดความเจ็บปวดขึ้นมาได้เช่นกัน

2. ปวดจากการรักษาโรคมะเร็ง    ผู้ป่วยที่มีอาการปวดที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษาหรือการตรวจวินิจฉัยประมาณ 20% เช่นผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด เคมีบำบัด ฉายแสง หรือการเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ เป็นต้น ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และส่งผลต่อคุณภาพชีวิต

3. ปวดจากสาเหตุอื่นๆ  อาจพบได้ในผู้ป่วยมะเร็งบางราย ประมาณ 10% เกิดจากโรคทั่วไปหรือโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับโรคมะเร็ง

อาการแสดงมีลักษณะดังนี้

1. อาการปวดรุนแรงและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงคุณภาพชีวิตและจิตใจ

2. มักปวดมากในช่วงเย็นหรือกลางคืน จนกระทบการนอนหลับ



สิ่งสำคัญที่แพทย์จีนจะซักถามข้อมูลผู้ป่วยเพื่อใช้ในการประเมินระดับความเจ็บปวด

1. ระดับความปวดมากเท่าไร (0-10)

2. ลักษณะอาการปวดเป็นแบบไหน (ปวดตื้อๆ /แน่นๆ/ ปวดเหมือนโดนของแหลมแทง / ปวดชา / ปวดแสบร้อน)

3. อาการปวดเป็นช่วงเวลาใด

4. สามารถบรรเทาลงหรือเป็นรุนแรงขึ้นเมื่อใด และวิธีไหน

5. สาเหตุอื่นที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด

การรักษาอาการปวดจากมะเร็งด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน

โดยทั่วไปแนวทางในการรักษาอาการปวดจากมะเร็งทางแผนปัจจุบัน จะใช้หลักการจัดการอาการปวดแบบขั้นบันไดตาม WHO โดยระดับความเจ็บปวดที่ต่างกันก็จะมีวิธีหรือเลือกใช้กลุ่มยาระงับที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสม         

ส่วนในทางแพทย์แผนจีนอาการปวดจากมะเร็งจัดอยู่ในขอบเขตของโรค “痹证ปี้เจิ้ง” ซึ่งมีบันทึกวิธีการรักษามาตั้งแต่สมัยโบราณใน “คัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง”  “ซางหานจ๋าปิ้งลุ่น” และคัมภีร์แพทย์จีนอื่นๆ ในทางแพทย์แผนจีนมองว่า เกิดจากการได้รับปัจจัยเสียภายนอก คือความเย็นเข้ามากระทบ ทำให้เลือดและชี่ติดขัด เกิดเสมหะสกปรกสะสมอุดกั้น พิษร้อนสะสมภายใน เป็นผลให้เส้นลมปราณต่างๆถูกสกัดกั้นแล้วทำให้เกิดอาการปวด หรือเจ็บป่วยมานานทำให้เจิ้งชี่หรือภูมิพื้นฐานไม่แข็งแรงพอ เลือดและชี่ไม่เพียงพอ ทำให้อวัยวะและร่างกายส่วนต่างๆขาดการหล่อเลี้ยงแล้วทำให้เกิดอาการปวด

ดังนั้น ในการรักษาก็จะขึ้นกับปัจจัยการเกิด ถ้าหากแกร่ง ใช้วิธี “ระบาย” หรือขจัดปัจจัยเสียออกไป หากพร่อง ให้ใช้วิธี “บำรุง”เป็นสำคัญ



การวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการ

1. ภาวะ / กลุ่มอาการชี่ติดขัด ชี่ตับคั่งค้าง
Qi stagnation  or  Liver qi depression pattern / syndrome 
(肝气郁结证Gān qì yù jié zhèng) ;  (气滞证  Qì zhì zhèng) 
มักมีอาการปวดแน่นบริเวณที่เป็น อาการปวดสัมพันธ์กับอารมณ์  เสียดสีข้าง ชอบถอนหายใจ ไม่อยากอาหาร นอนไม่หลับ สีลิ้นคล้ำฝ้าลิ้นขาวบาง  ชีพจรตึง


2. ภาวะ / กลุ่มอาการเลือดคั่งอุดกั้น
Blood stasis pattern / syndrome  (血瘀证Xuè yū zhèng )
มักมีอาการปวดเหมือนมีของแหลมทิ่มแทง ปวดทรมาน ปวดอยู่ตำแหน่งเดิม ไม่ชอบให้กด ตอนกลางคืนจะปวดมาก  ตามผิวหนังอาจพบจ้ำเลือด และอาจมีภาวะเลือดออกตามที่ต่างๆ ลิ้นสีม่วงคล้ำ  ชีพจรสะดุด


3. ภาวะ/กลุ่มอาการเสมหะจากความชื้น
Phlegm-dampness pattern / syndrome  (痰湿证Tán shī zhèng)   
มักมีอาการปวดคล้ายมีดกรีด รู้สึกตัวหนักๆ มีเสมหะน้ำลายเยอะ ไม่อยากอาหาร แน่นหน้าอก ขับถ่ายไม่สุด  ฝ้าลิ้นหนาเหนียว  ชีพจรลื่น


4. ภาวะ / กลุ่มอาการพิษอักเสบจากร้อน หรือพิษอักเสบจากไฟร้อน  
Heat toxin or Fire toxin  pattern / syndrome
(热毒证Rè dú zhèng) ; (火毒证Huǒ dú zhèng)
มักมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณก้อน  ร่วมกับมีไข้ ร้อนฝ่ามือฝ่าเท้า คอแห้ง ท้องผูก  สีลิ้นแดงฝ้าเหลืองเหนียว  ชีพจรตึงเร็ว


5. ภาวะ / กลุ่มอาการชี่และเลือดพร่อง  
Pattern / syndrome of dual deficiency of qi and blood 
(气血两虚证Qì xuè liǎng xū zhèng)
มักพบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นมานาน หรือผู้ป่วยหลังผ่าตัด หรือเคมีบำบัด เป็นต้น โดยมักจะมีอาการปวดรำคาญ เหนื่อยอ่อนเพลีย รูปร่างผอม หน้าซีด  สีลิ้นซีดคล้ำ ฝ้าลิ้นบางหรือไม่มี  ชีพจรเล็กและอ่อนแรง


 
ตัวอย่างกรณีศึกษา
การรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการปวด
ที่มารักษาที่คลินิกอายุรกรรมโรคมะเร็ง คลินิกหัวเฉียวแพทย์แผนจีน


ข้อมูลทั่วไป : ชื่อ นางณXXX   XXXX  เพศหญิง  อายุ 52  ปี
เลขประจำตัวผู้ป่วย HN 270XXX

วันที่มาเข้ารับการรักษาครั้งแรก :  วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อาการสำคัญ  :       ปวดตามตัวมาเป็นเวลานาน 2 เดือน   

ประวัติอาการ :     ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้ทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันเมื่อปี 2554 โดยทำการผ่าตัดเต้านมข้างซ้าย+ต่อมน้ำเหลืองบางส่วน จากนั้นได้ทำการฉายแสงรักษาและทำเคมีบัดจนจบคอร์ส และทานยาฮอร์โมนรักษาต่อเนื่องจนปัจจุบัน แต่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวดตามตัวเป็นมากขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยที่ผู้ป่วยไม่ได้รับประทานยาแก้ปวดใดๆเลย ล่าสุดที่ตรวจค่า CA153 : 782.2 î ซึ่งผู้ป่วยเนื่องจากร่างกายอ่อนแอมาก ปวดจนไม่สามารถเดินได้จึงปฏิเสธการตรวจเพิ่มเติมและการรักษากับทางแผนปัจจุบัน จึงมาขอรับการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน  

อาการที่มาในปัจจุบัน :  ผู้ป่วยนั่งรถเข็นเนื่องจากอาการปวดทำให้ไม่สามารถเดินได้ตามปกติ  เดินไม่มั่นคง มีอาการปวดไปทั้งตัว โดยเฉพาะขาจะปวดมาก จะปวดมากตอนเก้าโมงเช้าของทุกวัน (NAS 9-10) ไม่มีอาการชา  ขี้หนาว  ใจสั่น ปวดศีรษะ ไม่อยากอาหาร นอนหลับได้ไม่ค่อยดี ปัสสาวะกลางคืนบ่อยครั้ง  ขับถ่ายวันเว้นวัน

ประวัติในอดีต :  ติดเชื้อ HIV 

ตรวจร่างกาย :  ความดันโลหิต 117/74mmHg  อัตราการเต้นหัวใจ 127 ครั้ง/นาที   อุณหภูมิ 36°C  น้ำหนัก 49.3 kg    

ผู้ป่วยพื้นฐานรูปร่างผอม สีหน้าและเปลือกตาซีด ใบหน้าหมองเศร้าปวดทรมาน  สีลิ้นซีดฝ้าขาวบาง  ชีพจรเล็กเร็ว

การวินิจฉัย  :  โรคปี้ปิ้ง  (痹病 Bì bìng)  Impediment disease   (หรือ อาการปวดจากมะเร็ง 癌痛)  และมีภาวะ / กลุ่มอาการชี่และเลือดพร่อง 

วิธีการรักษา  :  ใช้วิธีการบำรุงชี่และเลือด  โดยเลือกใช้ตำรับยาหลักคือ ปาเจินทังเพิ่มลดตัวยาโดยให้ผู้ป่วยทานเป็นยาต้ม รับประทานยาเช้า-เย็น หลังอาหาร  ร่วมกับใช้แผ่นแปะสมุนไพรจีนบรรเทาอาการปวด

ผลการรักษา :  
ครั้งที่ 2 (วันที่ 5 มิถุนายน 2560)  
- อาการปวดตามตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ป่วยไม่ต้องใช้รถเข็น สามารถเดินได้ปกติ
- ระดับความปวดลดลง (NAS 3)  ใบหน้าผู้ป่วยดูมีสีสันขึ้นชัดเจนไม่อมเศร้า
- อาการปวดเหลือเพียงขาข้างซ้ายเป็นหลัก 
- อาการปวดศรีษะ ใจสั่น และมีไข้หายไป ทานอาหารได้มากขึ้น นอนหลับดีขึ้น
- ยังมีอาการเหนื่อยง่วงอยากนอนและเวียนศรีษะบ้าง
- ปัสสาวะกลางคืนลดลงเหลือ 1 ครั้ง ขับถ่ายปกติ
- ลักษณะลิ้นซีดฝ้าขางบาง  ชีพจรเล็กเร็ว  

ครั้งที่ 3 (วันที่ 19 มิถุนายน 2560)     
- อาการปวดตามตัวลดลงต่อเนื่อง สามารถเดินได้แต่เดินเยอะยังรู้สึกเหนื่อยง่าย
- ยังมีอาการง่วงอยากนอนและเวียนศรีษะบ้าง  มีไข้ 1 วัน 38.2°C
- ยังทานอาหารได้ไม่เยอะ  นอนหลับได้ ขับถ่ายปกติ
- ลักษณะลิ้นซีดฝ้าขางบาง  ชีพจรเล็กเร็ว   

ครั้งที่ 4 (วันที่ 3 กรกฎาคม 2560) 
- อาการปวดตามตัวหายไป  สามารถเดินไปเป็นปกติ
- ยังมีอาการเหนื่อยง่าย ง่วงอยากนอน   มีไข้ต่ำๆบางวัน
- ทานอาหารได้ นอนหลับได้ ปัสสาวะกลางคืน 1 ครั้ง ขับถ่ายปกติ
- ลักษณะลิ้นซีดฝ้าขางบาง  ชีพจรเล็กเร็ว

สรุปผลการรักษา : จากเคสกรณีศึกษาข้างต้นเห็นได้ว่าการรักษาด้วยยาสมุนไพรจีนตำรับ สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดของผู้ป่วยมะเร็งได้และดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  และยังทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอีกด้วย

วิเคราะห์ผลการรักษา
ผู้ป่วยมะเร็งรายนี้มีอาการปวดระดับรุนแรง แต่ปฏิเสธการตรวจวินิจฉัยและการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่สามารถบอกได้ว่ามีการกระจายของมะเร็งไปที่กระดูกหรือไม่ อีกทั้งไม่ได้ใช้ยาบรรเทาอาการปวดชนิดใด  และด้วยระดับสารบ่งชี้มะเร็ง CA153ที่สูงขึ้นก็อาจเป็นไปได้ว่ามีการกระจายหรือการกลับมาของมะเร็ง


แต่ถ้าดูจากสภาพร่างกายโดยรวมแล้ว ประกอบกับประวัติอาการแล้วเบื้องต้นอาการปวดที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นผลมาจากการรักษาทั้งผ่าตัด เคมีบำบัดและฉายแสง จนทำให้สภาพร่างกายอ่อนแอ    ใบหน้าซีด สีลิ้นซีด ร่วมกับมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ใจสั่น นอนไม่หลับ เป็นต้น

ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่าเกิดจากเจิ้งชี่หรือภูมิพื้นฐานไม่แข็งแรงพอ เลือดและชี่ไม่เพียงพอ ทำให้อวัยวะและร่างกายส่วนต่างๆขาดการหล่อเลี้ยงแล้วทำให้เกิดอาการปวดตามตัวขึ้นมา หลังจากการใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงชี่และเลือด เพิ่มการหมุนเวียนเลือดลดบรรเทาอาการปวด ร่วมกับยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง จึงสามารถทำให้อาการปวดของผู้ป่วยค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ

แต่ทั้งนี้การรักษาจะถูกต้องและแม่นยำถ้าหากว่าผู้ป่วยเข้ารับการตรวจร่างกายด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน และสามารถรับการรักษาแบบผสมผสานร่วมกันทั้งแผนจีนและแผนปัจจุบันจะทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

หนังสืออ้างอิง
CHENG Yao, XI Sheng-yan, WANG Yan-hui,etc. Recognition of traditional Chinese medicine on cancer pain and a corresponding  analysis for its medication regularity. Chinese Journal of Traditional Chinese Medicine (CJTCMP), 2015. 30(11) : 3960-3964.



บันทึกข้อมูลการรักษาโดย
แพทย์จีน อรกช มหาดิลกรัตน์ (ไช่ เพ่ย หลิง)
คลินิกอายุรกรรมโรคมะเร็ง

อ่านข้อมูลประกอบการรักษาโรคมะเร็งด้วยแพทย์แผนจีน
หาหมอจีนทำไมต้องแมะ

การรักษาด้วยยาจีน 
กินยาจีนอย่างไรให้ได้ผลดี
สารพันคำถามโรคมะเร็ง


สอบถามข้อมูลการรักษาเพิ่มเติม 
Hotline : 095-884-3518
LINE@ : @huachiewtcm

คลินิกหัวเฉียวแพทย์แผนจีน 
เปิดให้บริการการรักษาแก่ประชาชน 3 สาขาทั้งในกรุงเทพฯและภูมิภาค
1. กรุงเทพฯ   โทร. 02-223-1111 ต่อ 102 
2. โคราช       โทร. 044-258-555 , 085-325-1555 
3. ศรีราชา    โทร.038-199-000 , 098-163-9898 
ดูแผนที่การเดินทางของทุกสาขา